วัดท่ามะโอ

ประวัติวัดท่ามะโอ

คลังภาพวัดท่ามะโอ

hall

คลังภาพ

การปฏิบัติธรรม

การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน วัดท่ามะโอ

 

สำนักเรียนบาลีใหญ่

sc-11

สำนักเรียนบาลีใหญ่วัดท่ามะโอ

Home วัดท่ามะโอ ประวัติวัดท่ามะโอ
ประวัติวัดท่ามะโอ

temple-p1
temple-p2
temple-p3
temple-p4
temple-p5
temple-p6
temple-p7

วัดท่ามะโอ

ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง
จังหวัดลำปาง สร้างขึ้น ปี พ.ศ.2437 (จ.ศ.1256)

 

จากความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาของอุบาสกชาวพม่าชื่อ “อูจันทร์โอง” ซึ่งประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าไม้ ในจังหวัดลำปาง อูจันทร์โองได้บริจาคทรัพย์เพื่อใช้ซื้อที่ดินริมแม่น้ำวัง บริเวณท่ามะโอและใช้เพื่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัด ได้แก่ กุฏิ หอฉัน ศาลาการเปรียญ วัจจกุฏิ บ่อน้ำ โรงพระอุโบสถและกำแพงก่ออิฐ ฯลฯ รวมทั้งได้อุปถัมภ์พระภิกษุสามเณร ผู้อยู่ในวัดด้วยปัจจัย 4 เสมอมา ปัจจุบัน ครอบครัวของอูจันทร์โองก็ยังคงอุปถัมภ์วัดและพระภิกษุสามเณร สืบต่อกันมาจน ถึงทุกวันนี้

ชื่อของวัด ท่ามะโอ มาจากคำว่า ท่าส้มโอ ซึ่งแปลเป็นชื่อภาษาบาลีว่า “มาตุลุงคติตถาราม”
(วัด-อาราม ท่า-ติตถะ มะโอ-มาตุลุงคะ) วัดมีพื้นที่กว้าง 40 วา ยาว 40 วา

ลำดับเจ้าอาวาสวัดท่ามะโอ

1.ท่านอาจารย์ อู นันทิยะ มรณภาพปีใดไม่ปรากฎ
2.ท่านอาจารย์ อู ติตขะ มรณภาพปีใดไม่ปรากฎ
3.ท่านอาจารย์ อู เนมินทะ อัครมหาบัณฑิต มรณภาพเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2509
4.ท่านอาจารย์ธัมมานันทมหาเถระ อัครมหาบัณฑิต มรณภาพเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
5.เจ้าอาวาสปัจจุบัน คือ พระคันธสาราภิวงศ์ ป.ธ. ๙, พธ.ด.
 

วัดท่ามะโอในอดีตถึงปัจจุบัน

กิจวัตรประจำวันของพระภิกษุสามเณร

04.00 น. สามเณรตื่นนอนเพื่อทำหน้าที่ต้มข้าวยาคููเวลารับอรุณ ดื่มข้าวยาคูู
06.00 น. - 07.00 น. ออกบิณฑบาต
07.30 น. - 08.00 น. ฉันอาหารเช้า
08.00 น. - 08.10 น. สวดมนต์ทำวัตรเช้า
08.30 น. - 10.00 น. เรียนรอบเช้า
10.30 น. - 12.00 น. ฉันอาหารเพล
12.00 น. - 13.00 น. พักผ่อน
13.00 น. - 15.00 น. เรียนรอบบ่าย
15.00 น. - 15.10 น. พักฉันน้ำปานะ
15.10 น. - 17.00 น. เรียนรอบเย็น
17.00 น. - 17.30 น. ทำความสะอาดปัดกวาดเสนาสนะและบริเวณวัด
18.00 น. - 18.20 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น
18.20 น. - 19.00 น. รับฟังโอวาท
19.00 น. - 20.30 น. เรียนรอบค่ำ

กติกาการรับพระภิกษุสามเณรและฆราวาสเข้าศึกษา

  1. เบื้องต้น ผู้สนใจจะศึกษาเล่าเรียนที่วัดท่ามะโอจะต้องท่องสูตรกัจจายนะให้ขึ้นใจจนติดปากให้ได้ทั้งหมดก่อน จึงมีโอกาสได้รับการพิจารณาจากหลวงพ่อ
  2. อายุของพระภิกษุต้องอยู่ในวัยสมควรแก่การศึกษาเล่าเรียนที่จะต้องใช้อิทธิบาท 4 อย่างสูง มีสุขภาพกายและใจที่ดี เพราะต้องท่องจำสูตร คาถาภาษาบาลี และอื่นๆอย่างมาก
  3. ผู้มีโสวจัสสตาคุณ คือ เป็นผู้ว่านอนสอนง่าย ใฝ่เรียนรู้ประดุจพระราหุลสมัยพุทธกาล มีความสันโดษ เรียบง่าย และสำรวม เพื่อจะได้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตสมณะของวัดท่ามะโอ เนื่องจากลาภสักการะ อันเป็นเหตุปัจจัยให้เป็นผู้มักมาก และเกียจคร้านในการเรียนได้
  4. มีนิสัยรักความสะอาดและความเป็นระเบียบ คุณสมบัติเช่นนี้สามารถเสริมสร้างให้เกิดขึ้นได้ไม่นานนัก เมื่อท่านเข้ามาอยู่ในที่นี่แล้ว
  5. การขยันตื่นท่องหนังสือ ตั้งแต่ก่อนอรุณขึ้น เมื่อสามเณรปฏิบัติตามข้อห้ามที่เป็นอุปสรรคต่อความเจริญในศาสนา เพื่อการเรียนคันถธุระได้

หลวงพ่อมักให้โอวาทอยู่เนืองๆว่า

“ เป็นนักเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนดีๆ ตั้งใจท่องดีๆ ไม่ชอบคุยมาก ไม่ชอบนอน
ไม่ต้องชอบสังคม ไม่ต้องชอบทำงานนอกศาสนา อย่างนี้ก็เจริญในพระศาสนา และทำให้ศาสนารุ่งเรืองได้ ”

“เรียนหนังสือ ก็ต้องประกอบสติ
ท่องหนังสือ ก็ต้องประกอบสติ
จะทำอะไร ก็ต้องประกอบสติ
ประกอบสติก็ดีได้ ไม่ประกอบสติก็ผิดพลาดได้”

หนังสือที่นักเรียนต้องท่อง

กัจจายนสูตร จำนวน 673 สูตร
อภิธานัปปทีปิกา จำนวน 1221 คาถา
อลังการะ จำนวน 367 คาถา
วุตโตทัย จำนวน 137 คาถา
ภิกขุปาติโมกข์ จำนวน 227 สิกขาบท (ข้้อ)
ธาตฺวัตถสังคหะ และหลักไวยากรณ์สำคัญๆ คาถา สุภาษิต และอื่นๆ

สัปปายะ4

  1. บุคคลสัปปายะ

    วัดท่ามะโอมีอาจารย์สอนผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ 4 คัมภีร์หลัก คือ ไวยากรณ์ อภิธาน ฉันท์ และอลังการะ ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยเคยเข้าศึกษาวิชาเหล่านี้มาแล้ว 3 รอบ เพื่อความแม่นยำ และไม่คลาดเคลื่อนในการถ่ายทอดความรู้ นักเรียนผู้รับการศึกษาต้องมีศรัทธา มีความขยันหมั่นเพียร มีความตั้งใจเรียนดี

  2. สถานที่สัปปายะ

    บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อุโบสถ วิหาร กุฏิ ที่พักของพระภิกษุสามเณร กุฏิอาคันตุกะ โรงเรียน หอปริยัติ หอสวดมนต์ หอฉัน วัจจกุฏี และอื่นๆ ถูกสร้างอย่างเหมาะสม มีความเป็นสัดส่วนเรียบง่าย เงียบสงบ บริเวณห้องเรียน และที่พักของพระภิกษุสามเณรนักเรียนจะไม่มีบุคคลภายนอกเดินผ่าน เพื่อมิให้ รบกวนสมาธิของนักเรียนที่กำลังเรียน หรือท่องหนังสือ มีกำแพง และประตูป้องกันไม่ให้สุนัขหรือแมว เข้ามาในเขตอาวาส เพราะจะทำความสะอาดได้ยาก ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้พุ่ม และต้นไม้อื่นๆได้รับการดูแลให้ความร่มรื่น และสวยงาม

  3. อาหารสัปปายะ

    อาหารได้จากการที่พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต และญาติโยมนำอาหารมาถวายที่วัด พระภิกษุผู้ทำหน้าที่ภัตตุเทศก์ด้วยความเกื้อกูลต่อพระภิกษุสามเณรนักศึกษา คือท่านอาจารย์จรัญ กุมาโร  ได้จัดเตรียมภัตตาหาร  ดูแลความพร้อมสำหรับอาหารเพล ท่านเสียสละเวลาศึกษาเล่าเรียนส่วนตัวมาทำหน้าที่นี้ด้วยความเมตตา มีความตั้งใจรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างดีมายาวนานหลายสิบปี เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องอาหาร แก่พระภิกษุสามเณรนักเรียนให้ได้มีโอกาส เรียนหนังสือท่องหนังสืออย่างเต็มที่

  4. ธรรมสัปปายะ

    ผู้รับการศึกษาจากวัดท่ามะโอ นอกจากความรู้บาลีของ 4 คัมภีร์หลักอันเป็นหลักสูตรแล้วยังมีโอกาสได้รับธรรมะ จากโอวาทของพระอาจารย์ใหญ่และปฏิปทาของอาจารย์ผู้สอน โดยมีพระอาจารย์ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งวิชชาและจรณะ

บุคคลทั่วไป เมื่อมีโอกาสเข้าไปวัดท่ามะโอแล้วจะได้รับความเย็นใจ สบายตา มีปีติปราโมทย์ด้วยการฟังธรรม จากหลวงพ่อบ้าง ครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆบ้างในวันธรรมสวนะ และวันสำคัญทางศาสนาจะมีคณะอุบาสก อุบาสิกาไปทำบุญฟังธรรมเป็นประจำอยู่เนืองๆ โดยหลวงพ่อจะเป็นผู้เทศน์ธรรมะ อบรมสั่งสอนญาติโยมสาธุชน ด้วยข้อธรรมะที่ยกมาจาก พระไตรปิฎก อรรถกถา ฏีกา และคัมภีร์อื่นๆ เพื่อเป็นหลักฐานอ้า่งอิงเป็นที่มา เพื่อจะไ้ด้ไม่เกิดข้อกังขาได้ จึงทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ และถูกต้องอยู่เสมอๆ